what is plasma?.....หลายคนสงสัยว่า พลาสมา คืออะไร?
ใน ศาสตร์ทางฟิสิกส์ ...ได้นำวิทยาการนี้มาใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2472 โดย
พลาสมาเป็นสถานภาพที่สี่ของสสาร ...นอกเหนือจาก 3 สถานะคือ ของแข็ง
ของเหลว และ ก๊าซพลาสมาเกิดจากก๊าซมีการแตกตัว ทำให้ อิเล็กตรอน
หลุดออกจากอะตอม อะตอมหรือโมเลกุลของก๊าซได้รับพลังงาน หรือความร้อน
จากภายนอกมากเพียงพอที่จะทำให้เกิดการแตกตัวได้ในสถานะประกอบไปด้วย
กลุ่มอะตอมของก๊าซที่อยู่ร่วมกันกับอิเล็กตรอนและไอออน ที่ไม่เป็นกลางทางไฟฟ้า
สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ดร.ประดุง สวนพุฒ จากศูนย์วิจัยนิวตรอน
พลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยว่า...
ได้ดำเนินการโครงการวิจัยเทคโนโลยีพลาสมาสำหรับการปรับปรุงคุณภาพไหมไทย
(Plasma Technology for Surface Modification of Thai Silk)
ซึ่งโครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
เพื่อมุ่งเน้นถึงการนำเอาเทคโนโลยีพลาสมามาประยุกต์ใช้ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย
ในเรื่องของการปรับ ปรุงคุณภาพผิวของสิ่งทอให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น
 
 
 
 

การปรับปรุงคุณภาพผิวของสิ่งทอโดยการใช้พลาสมา คือการนำเอาสิ่งทอไปอาบ

หรือจุ่มในพลาสมาอุณหภูมิต่ำ (low temperature plasma, LTP) ซึ่งจะทำให้

อนุภาคต่างๆ สามารถไปเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเชิงผิวของเส้นใยของสิ่งทอเนื่อง

จากอนุภาคเหล่านี้จะไปสร้างพันธะทางเคมีใหม่ กับโมเลกุลที่เป็นองค์ประกอบ

ของเส้นใยสิ่งทอ หรือบางครั้งอาจไปแทรกอยู่ในระหว่างโครงสร้างโมเลกุลของ

เส้นใยสิ่งทอ หรืออาจจะเกิดการกัดที่ผิว (etching) ทำให้อนุภาคหรือโมเลกุล

ของสิ่งสกปรกที่เกาะติดอยู่ตามเส้นใยของสิ่งทอหลุดออกไป ผลของการเปลี่ยนแปลงนี้

...ขึ้นอยู่กับชนิด ของก๊าซที่ใช้ในการผลิตพลาสมาและค่าตัวแปรอื่นๆอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น การทำให้ผ้าไหมดูดซับน้ำได้ยาก (hydrophobic) หรือทำให้

ผ้าโพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติให้ดูดซับน้ำได้ดี (hy-drophilic) และหากพลาสมา

มีฟลูออรีนประกอบ อยู่จะสามารถฆ่าเชื้อให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรืออุปกรณ์

ปลูกฝัง (implant) ที่ใช้ผ้าเป็นองค์ประกอบ....โครงการวิจัยนี้เป็นการเพิ่มคุณภาพ

ของสิ่งทอ และลดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการผลิตรวมถึงการทดแทนขบวนการ

ที่ต้องใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมสิ่งทอสำหรับกระบวนการอาบไหมไทยและสิ่งทอ

ใช้กระบวน การอาบพลาสมาให้มีคุณภาพให้ดีขึ้น เนื่องจากกระบวนการพลาสมา

เป็นกระบวนการที่ไม่ใช้สารเคมี จึงเป็นเทคโนโลยีสะอาดซึ่งลดมลพิษกับสิ่งแวดล้อม

และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และเป็นเทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า

...อันเป็นทางเลือก สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลก...!!!

edit @ 19 Sep 2008 21:18:15 by Slik Gang


 
 
ผ้าไหม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า และสืบทอดภูมิปัญญาที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย ไม่เพียงแต่จะเป็นเอกลักษณ์ของ
คนไทยเท่านั้น หากแต่บนผืนผ้าแต่ละชนิด แต่ละประเภท ยังบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งจากลวดลายที่
คิดค้นด้วยภูมิปัญญาสืบทอดต่อกันมา และสีของผ้าที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าผ้าไหมยังเป็น
อาภรณ์ที่เชิดชูบุคคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้สง่างาม สร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างน่าประหลาดใจจังหวัดบุรีรัมย์ เป็น
จังหวัดหนึ่งที่มีการสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าไหมมาแต่ครั้งโบราณกาล เป็นที่รู้จักกันในแถบอีสานใต้ ไม่ว่าจะเป็น
ผ้าไหมมัดหมี่ หรือ ผ้าไหม พื้นเรียบ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ และรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งในระดับภาคและระดับ
ประเทศ อีกทั้งในปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์ ยังได้มีมติคัดเลือกให้ผ้าไหมลายหางกระรอกคู่ เป็นผ้าลายเอกลักษณ์ประ
จำจังหวัดบุรีรัมย์ อีกด้วย


 
 
 
 
ด้วยเหตุนี้เอง จังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้จัดทำโครงการเส้นทางสายไหม OTOP สู่ตลาดสากล ซึ่งเป็นโครงการตามยุทธศาสตร์
การพัฒนาจังหวัดของจังหวัดบุรีรัมย์ และสนองต่อยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด ในการพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าและสิ่งทอ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ให้ได้มาตรฐานทั้งในด้านเนื้อผ้า ลาย และสี เพิ่มการประชาสัมพันธ์
ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อขยายผลด้านการตลาด เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มอาชีพ อันจะส่งผลให้สามาชิกกลุ่ม
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดให้มีการประกวด ผ้าไหม ทั้ง 3 ประเภท คือ ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้นเรียบและผ้าไหมหางกระ
รอกคู่ เพื่อเป็นการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผ้าไหมของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป
ผ้าไหมที่จังหวัดบุรีรัมย์ จัดการประกวดตามโครงการเส้นทางสายไหม OTOP สู่ตลาดสากล ซึ่งดำเนินการโดย สำนักงาน
พัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ นี้ ได้รับความสนใจจากกลุ่มอาชีพทอผ้าไหม และส่งผ้าไหมเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมากคณะ
กรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผ้าไหม ตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่จังหวัดกำหนดจนได้ผ้าที่เป็นที่สุดของแต่ละประ
เภท เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่กลุ่มอาชีพทอผ้าไหมกลุ่มอื่นได้พัฒนาการผลิต ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และนำ
ออกเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นผ้าไหมที่ชนะเลิศการประกวด ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ เป็นของ นางทัศนียา ภูละ ตำบล
เจริญสุขอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้าไหมที่ทอ ไว้สำหรับใช้สอยมาแต่ดั่งเดิมของชาวอีสาน
และเพิ่มความสวยงามด้วยการใส่ลวดลายผ้า ให้มีความแตกต่าง โดยคิดค้นจากสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้
ธรรมชาติ หรือสัตว์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ช้าง ม้า เป็นต้น ความสวยงามอยู่ที่ฝีมือในการมัดหมี่ การย้อมสี และความ
ชำนาญในการใช้กี่ทอด้วยมือ ลวดลายที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นไหมไทยแท้ทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืนผ้าไหมที่ชนะเลิศ
การประกวด ประเภทผ้าไหมพื้นเรียบ และผ้าไหมหางกระรอกคู่ เป็นของ นางสงวน มีโชค ตำบลศรีภูมิ อำเภอกระสัง
จังหวัดบุรีรัมย์