เพื่อ ร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครบ 72 พรรษา ซึ่งพระองค์ได้ทรงเป็นพระอุปถัมภ์และส่งเสริมผ้าไทยมาโดยตลอด ทาง บริษัท สยามรีเทลดีเวลล็อปเม็นท์ จำกัด ได้จัดงาน ลีลา...ผ้าไทย ครั้งที่ 4 ขึ้น ที่ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้

งานในครั้งนี้ได้จัดนำเสนอในรูปแบบและสีสันที่ทันสมัยขึ้นเพื่อสนับสนุน นโยบายโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น “เราจะสร้างโอกาสของผ้าไทยให้มีเวทีในการนำเสนอมากขึ้น ดังนั้นงานที่จัดครั้งนี้จึงเน้นรูปแบบที่ทันสมัยของผ้าไทยทั้งในการออกแบบ และพรีเซ็นเตอร์” ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ ผู้อำนวยการสายปฏิบัติการบริษัทฯ กล่าวถึงลักษณะของงาน

ไฮไลท์เด่นที่สุดของงาน คือการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยของห้องเสื้อ รชตะ โดยนำผ้าไทยมาออกแบบในสไตล์โมเดิร์น ซึ่งจะเน้นการถ่ายทอดเสน่ห์และวัฒนธรรมผ้าไทยที่โดดเด่นของทั้ง 4 ภาค ผ่านลีลาสุดยอดนางแบบชั้นนำของเมืองไทย อาทิ ลูกเกด เมทินี, โอเด็ต แจ็คโคมิน, รุจิรา ช่วยเกื้อ, วราลักษณ์ พานิชกุล, ซาร่า มาลากุล ฯลฯ

“ผู้จัดงานเค้าตั้งโจทย์ให้เรานำผ้าไทยมาประยุกต์ ซึ่งไอเดียของเราที่นำมาใช้กับการออกแบบ เป็นไอเดียสนุกๆ ที่นำเอกลักษณ์ของแต่ละภาคมาแสดงออกทางชุดผ้าไทย โดยเอาอุปกรณ์ และวัสดุที่โดดเด่นของแต่ละภาคมาประกอบเข้ากับผ้าไทย เช่น ผ้าปักของชาวเขา ผ้าแถบ เครื่องเงิน” พรพิพัฒน์ แซวหลี ผู้ช่วยดีไซเนอร์ของห้องเสื้อ รัชตะ กล่าวถึงที่มาของงานออกแบบผ้าไทยครั้งนี้

“เราตั้งใจทำโชว์เพื่อให้คนไทยได้เห็นถึงศักยภาพของผ้าไทย ที่มีลวดลายสวยงามและนำมาดัดแปลง ประยุกต์ได้หลายแบบ คอลเลคชั่นนี้เราใช้เวลาเป็นเดือนๆ ชุดที่ยากที่สุดเห็นจะเป็นชุดชาวเขา เพราะต้องนำอุปกรณ์หลายๆ อย่างมาออกแบบให้มันเข้ากัน”
พรพิพัฒน์ยังให้ทรรศนะของคนไทยที่มีต่อผ้าไทยในปัจจุบันว่า “เมื่อในอดีต ผู้คนจะมองผ้าไทยว่าเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ออกงานสังคม แต่ตอนนี้วัยรุ่นก็หันมานิยมผ้าไทยมากขึ้น และดีไซเนอร์ก็ได้ออกแบบลายและสีให้ตรงกับความต้องการของวัยรุ่น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการนำเนื้อผ้ามาผสมผสานกันอย่างเช่นผ้าไหมบาติก ผสมกับผ้าฝ้าย หรือผ้าแพร ทำให้ผ้าไทยมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น”

ไม่เพียงแค่ รชตะ จะออกแบบผ้าไทยให้แต่นางแบบเท่านั้น ขวดไวน์ไทยและนอกหลายๆ ขวดก็อยู่ในชุดไทยด้วย “เราได้ไอเดียในการทำชุดไวน์ เมื่อครั้งที่เราไปงานแต่งงานเพื่อน แล้วมีไวน์เป็นของขวัญแต่งงาน แต่เราจะทำอย่างไรให้มันน่าสนใจ ก็เลยลองแต่งตัวให้มันซะเลย แล้วเพื่อนที่ได้รับก็ชอบ หลังจากนั้นก็ลองนำมาพรีเซ็นท์ที่ร้าน ปรากฏว่าลูกค้าก็ชอบเหมือนกัน” พรพิพัฒน์ กล่าวถึงที่มาของการผลิตชุดไวน์ ซึ่งตอนนี้มีกว่า 30 แบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดเจ้าหญิง ชุดแต่งงาน ชุดชาวเขา ชุดตำรวจฯลฯ

นอกจากนั้นภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจ อาทิ การเพ้นท์และวาดลวดลายจากดาราศิลปินดังสาขาต่างๆ ในหัวข้อ “72 พรรษา มหาราชินี กับผ้าไทย” ของสันติพงศ์ คงรักษ์, กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, อรรณพ กิตติกุล, อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร,บงกช คงมาลัย ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมชม

ผู้ที่รักการสวมใส่ผ้าไทย หรืออยากจะได้ผ้าทอสวยๆสักผืนเป็นของขวัญให้แม่หรือคนรัก ในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายผ้าไทย และชุดไทยของแบรนด์ผ้าไทยหลายๆ แบรนด์ ให้ผู้ที่สนใจ รักผ้าไทยได้สวมใส่ และอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่น่าสนใจได้แก่สบู่ไหมไทย ในกล่องผ้าไหมจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพฯ ให้เก็บสะสมอีกด้วย

- - - -- - - - -- - - - -- - - - - - - - --
ข่าว และภาพบางส่วน จาก : ผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2547
ที่มา ; http://www.manager.co.th/
 

"River Arts"

posted on 19 Sep 2008 22:02 by thailand-silk

 

"River Arts"

is a place of Thai silk and home decoration which is well known as one of the developing export industries of the country. Excellent service, good quality products and modern concept make "River arts" more progressive than other product or manufactures and successful in developing various kinds of Thai silk product, such as ready - made dress, home decoration, utensils, new and uncommon souvenirs "River arts" has compete against others to become an important leader in selling and producing designed and  modern concept of Thai silk which has a perfect integration of modern lift.
     Furthermore, "River arts" has responded to demands of customers who own modern concept by providing a team of new designer who have always aspired to modern - concept adjustment which is a heart of "River arts's production"

เสื้อผ้าแบรนด์ไทย เผยโฉมสู่ตลาดโลก

โดย บิสิเนสไทย [24-11-2001]
เสื้อ ผ้าที่เป็นแบรนด์ของเมืองไทยกำลังพยายามสร้างชื่อที่ตลาดต่างประเทศและกำลัง หาช่องทางใหม่ในการระบายสินค้าให้ธุรกิจ หวังพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสพยุงผลประกอบการธุรกิจเสื้อผ้าที่ไม่ฟื้นตัวนับ จากยุคไอเอ็มเอฟ

โฉมใหม่เอาท์เล็ต มอลล์ ก้าวหน้า ?

กลุ่มพีน่า เฮ้าส์เปิดตัว เอาท์เล็ต มอลล์ เมืองพัทยา หากประสบความสำเร็จจะให้เป็นต้นแบบในการขยายไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ โดยกำหนดภูเก็ตเป็นสาขาถัดไป

นายสุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธานกรรมการ กลุ่มพีน่า เฮ้าส์ กล่าวว่า คอนเซ็ปท์ของเอาท์เล็ต มอลล์ที่กำลังจะ เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2544 นี้ ก็คือเป็นตู้โชว์สินค้าใบใหญ่ ที่รวมของช็อบ เครื่องแต่งกายแบรนด์ไทยและที่เป็นไลเซ่นส์แบรนด์นอกแต่ผลิตในประเทศไทย กว่า 20 แบรนด์ อาทิ พีน่าเฮ้าส์, ไอเท็ม, ยูโฟ, เท็นแอนด์โค, เอทูแซด, อาดิดาส, ปิแอร์ การ์แดงส์ ฯลฯ

สัดส่วนของสินค้าที่จำหน่ายภายในเอาท์เล็ต มอลล์ แบ่งเป็น เสื้อผ้า 60% กระเป๋าและรองเท้า 15% อาหาร 15% ของที่ระลึกและอื่น ๆ อีก 10% เป็นสินค้าตกรุ่นจำหน่ายในราคาถูกที่เรียกว่าราคาโรงงานซึ่งลดจากราคาขาย ปกติ 30%

ธุรกิจเสื้อผ้าไทยปัจจุบันต้องการจำนวนช่องทางในการ ระบายสินค้ามากยิ่งขึ้น นายสุพจน์ คาดการณ์ว่า เอาท์เล็ต มอลล์ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยระบายสินค้าให้ผู้ผลิตในจำนวนมาก และยังสามารถทำเป็นช่องทางในการทำโฮลเซลล์ โดยไม่ต้องแข่งขันลดราคาและทำให้เสียคุณค่าของแบรนด์

เอาท์เล็ต มอลล์ มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและลูกค้าชาวไทย 50: 50 ทำเลหลักของเอาท์เล็ตจึงหนีไม่พ้นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ อย่างเช่น พัทยา และภูเก็ตซึ่งจะเป็นสาขาที่สอง นายสุพจน์ให้เหตุผลว่า เอาท์เล็ตประเภทนี้หัวใจสำคัญ คือ ต้องลงทุนต่ำจึงไม่ควรอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีการแข่งขันและใช้เงินลงทุนสูง

“ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของไทย ทั้งอุตสาหกรรม จาก 30 ปีที่ผ่านมาที่เป็นยุคของห้างสรรพสินค้า เปลี่ยนเป็นศูนย์การค้า จน 5 ปีที่ผ่านมาก็เป็นยุคของดิสเคาท์สโตร์ หรือซุปเปอร์สโตร์ หลังจากนั้นแคททากอรี่ คิลเลอร์ก็เติบโตขึ้นยกตัวอย่างพาวเวอร์บายของกลุ่มเซ็นทรัล ผมมองว่าจากนี้ไปช็อปปิ้ง มอลล์จะเป็นทิศทางในอนาคตของอุตสากรรมเสื้อผ้าไทย”

เอาท์เล็ต มอลล์ มีทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท พีน่า เฮ้าส์ เป็นผู้ถือหุ้น 20% และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารโครงการ ซึ่งนายสุพจน์ตั้งเป้าหมายให้โครงการคุ้มทุนในเวลา 5 ปี โดยหวังผลจากช่วงเวลาในการเปิดตัวในช่วงไฮซีซั่นและพฤติกรรมการซื้อของถูก ของผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจที่ตกต่ำ

เกร์ยฮาวด์ ขายแฟรนไชส์

นายภาณุ อิงคะวัต ผู้อำนวยการ บริษัท เกร์ยฮาวด์ คัมปานี จำกัด กล่าวว่า บริษัทพยายามผลักดันธุรกิจที่มีเจ้าของเป็นคนไทย 100% ก้าวเข้าสู่ตลาดนานาชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุด ร้านเกร์ยฮาว์ดได้ปรับธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ และมีลูกค้าต่างชาติสนใจซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุนยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้เริ่มเปิดเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า“บังซา” (Bangsa) ศูนย์รวมแฟชั่นที่ทันสมัย รวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของมาเลเซีย หลังจากนั้นในปีหน้าเกร์ยฮาวด์จะเปิดอีก 1 สาขา ในตึกแฝด (Twin Tower)

นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าจากสิงคโปร์ สนใจซื้อแฟรนไชส์เกร์ยฮาวด์ ซึ่งจะเปิดในปีหน้าเช่นกัน และยังมีลูกค้าจากประเทศคูเวต นำสินค้าไปจำหน่ายเป็นลักษณะ โฮลเซล ซึ่งได้มีการจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดดูไบ และเลบานอนด้วยการซื้อแฟรนไชส์

การขายแฟรนไชส์ดังกล่าวเป็นการตกลงซื้อสินค้าตาม คอลเลคชั่นของเกร์ยฮาวด์ ส่วนคอนเซ็ปต์ของร้านบริษัทฯแม่ในเมืองไทยจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล ซึ่งร้านทั้ง 3 แห่ง สำหรับร้านทั้ง 3 แห่ง เป็นร้านลักษณะ Concept Store คือ ร้านเสื้อผ้าและมีร้านอาหารอยู่ติดกัน อย่างเต็มรูปแบบ

“เราพยายามที่จะนำแบรนด์ไทย ออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายากมาก โดยเฉพาะตลาดยุโรป ซึ่งเป็นไปได้ว่า หากมีพาร์ทเนอร์จากต่างประเทศรายใดเห็นถึงความเป็นไปได้ ประกอบกับศักยภาพของสินค้า และแบรนด์เนมเกร์ยฮาวด์ เกร์ยฮาวด์ก็พร้อมที่จะไป”

ต้องติดตลาดไทยก่อนไปนอก

นายสมบูรณ์ เจือเสถียรรัตนะ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเสื้อผ้าไทยหันมาสร้างแบรนด์ กันมากซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตามอยากให้นักธุรกิจมองถึงคำว่า “คันทรี่ อิมเมจ” ด้วย เพราะสินค้าไทยไม่เคยมียี่ห้อใดที่ใช้ชื่อเป็นภาษาไทยและเปิดเผยตัวเองว่า เป็นสินค้าเมดอินไทยแลดน์อย่างจริงจัง

ดังนั้นก่อนที่แบรนด์ไทยจะมุ่งสร้างตลาดต่างประเทศควร ที่จะสร้างตลาดในประเทศให้ติดปากคนไทยให้ได้เสียก่อน เพราะจะเป็นฐานสำคัญที่จะสร้างความยอมรับของตลาดเมืองนอกได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญของการทำตลาดต่างประเทศคือ 1. มีแบรนด์ต่างประเทศเป็นร้อยเป็นพันแบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว 2. มีความแตกต่างด้านภูมิประเทศและวัฒนธรรม และ 3. วัตถุดิบที่นำมาตัดเย็บเสื้อผ้ายังต้องนำเข้าเพราะไม่สามารถผลิตได้เองในประ เท

edit @ 19 Sep 2008 22:00:23 by Slik Gang

edit @ 19 Sep 2008 22:00:38 by Slik Gang

edit @ 19 Sep 2008 22:03:05 by Slik Gang