ผ้าไหม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า และสืบทอดภูมิปัญญาที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย ไม่เพียงแต่จะเป็นเอกลักษณ์ของ
คนไทยเท่านั้น หากแต่บนผืนผ้าแต่ละชนิด แต่ละประเภท ยังบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งจากลวดลายที่
คิดค้นด้วยภูมิปัญญาสืบทอดต่อกันมา และสีของผ้าที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าผ้าไหมยังเป็น
อาภรณ์ที่เชิดชูบุคคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้สง่างาม สร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างน่าประหลาดใจจังหวัดบุรีรัมย์ เป็น
จังหวัดหนึ่งที่มีการสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าไหมมาแต่ครั้งโบราณกาล เป็นที่รู้จักกันในแถบอีสานใต้ ไม่ว่าจะเป็น
ผ้าไหมมัดหมี่ หรือ ผ้าไหม พื้นเรียบ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ และรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งในระดับภาคและระดับ
ประเทศ อีกทั้งในปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์ ยังได้มีมติคัดเลือกให้ผ้าไหมลายหางกระรอกคู่ เป็นผ้าลายเอกลักษณ์ประ
จำจังหวัดบุรีรัมย์ อีกด้วย


 
 
 
 
ด้วยเหตุนี้เอง จังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้จัดทำโครงการเส้นทางสายไหม OTOP สู่ตลาดสากล ซึ่งเป็นโครงการตามยุทธศาสตร์
การพัฒนาจังหวัดของจังหวัดบุรีรัมย์ และสนองต่อยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด ในการพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าและสิ่งทอ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ให้ได้มาตรฐานทั้งในด้านเนื้อผ้า ลาย และสี เพิ่มการประชาสัมพันธ์
ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อขยายผลด้านการตลาด เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มอาชีพ อันจะส่งผลให้สามาชิกกลุ่ม
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดให้มีการประกวด ผ้าไหม ทั้ง 3 ประเภท คือ ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้นเรียบและผ้าไหมหางกระ
รอกคู่ เพื่อเป็นการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผ้าไหมของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป
ผ้าไหมที่จังหวัดบุรีรัมย์ จัดการประกวดตามโครงการเส้นทางสายไหม OTOP สู่ตลาดสากล ซึ่งดำเนินการโดย สำนักงาน
พัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ นี้ ได้รับความสนใจจากกลุ่มอาชีพทอผ้าไหม และส่งผ้าไหมเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมากคณะ
กรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผ้าไหม ตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่จังหวัดกำหนดจนได้ผ้าที่เป็นที่สุดของแต่ละประ
เภท เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่กลุ่มอาชีพทอผ้าไหมกลุ่มอื่นได้พัฒนาการผลิต ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และนำ
ออกเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นผ้าไหมที่ชนะเลิศการประกวด ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ เป็นของ นางทัศนียา ภูละ ตำบล
เจริญสุขอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้าไหมที่ทอ ไว้สำหรับใช้สอยมาแต่ดั่งเดิมของชาวอีสาน
และเพิ่มความสวยงามด้วยการใส่ลวดลายผ้า ให้มีความแตกต่าง โดยคิดค้นจากสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้
ธรรมชาติ หรือสัตว์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ช้าง ม้า เป็นต้น ความสวยงามอยู่ที่ฝีมือในการมัดหมี่ การย้อมสี และความ
ชำนาญในการใช้กี่ทอด้วยมือ ลวดลายที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นไหมไทยแท้ทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืนผ้าไหมที่ชนะเลิศ
การประกวด ประเภทผ้าไหมพื้นเรียบ และผ้าไหมหางกระรอกคู่ เป็นของ นางสงวน มีโชค ตำบลศรีภูมิ อำเภอกระสัง
จังหวัดบุรีรัมย์
 
 
ผ้าไหมพื้นเรียบ เป็นผ้าไหมอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วไปมาก เนื่องจากสามารถใช้ได้กับงานและพิธีต่าง ๆ
ทั้งงานบุญประเพณี วัฒนธรรมของคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นงานบวชนาค งานบายศรีสู่ขวัญ ตลอดจนงานแต่งงานของ
คู่บ่าวสาว จะนิยมนำผ้าไหมพื้นเรียบมาตัดเป็นชุดสวมใส่ในพิธีการ ซึ่งมีความเชื่อว่าผ้าไหมพื้นเรียบถ้านำมาใช้ในงานพิธี
การต่าง ๆ จะก่อให้เกิดเป็นศิริมงคล เสริมราศรี บารมี อำนาจให้กับตนเองมากขึ้น และทำให้ผู้คนที่พบเห็นยำเกรง ความ
โดดเด่นของผ้าไหมพื้นเรียบ อยู่ที่ผู้ทอ ที่มีความชำนาญในการใช้กี่ การกระแทกกี่ด้วยความแรงสม่ำเสมอ ทำให้เนื้อผ้า
เหนียวแน่น ไม่มีรอยโปร่งบางเป็นช่วง ๆ เนื้อผ้าจะเป็นมันเงา สะท้อนแสงได้ดี และเห็นความสวยงามอ่อนช้อยของเส้น
ไหมพื้นเรียบที่ไม่มีขีดรอยตำหนิสำหรับผ้าไหมหางกระรอกคู่ ซึ่งเป็นผ้าที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผ้าไหมลายเอกลักษณ์
ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ นี้ เป็นผ้าทอโบราณ ย้อมสีด้วยครั่ง มีลักษณะเป็นผ้าพื้นแทรกด้วยด้ายควบ 2 – 4 กระสวย เว้นช่อง
เป็นสีพื้น 4 – 8 กระสวย ทอเป็นลายขัดธรรมดา 2 ตะกอ และใช้วิธีการควบเส้นใยไหม 2 สี เข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อผ้าดู
เลื่อมและกระเพื่อมคล้ายพวงหางกระรอก เดิมนิยมใช้เป็นผ้าสำหรับสุภาพสตรี และให้บุตรหลานนุ่งห่มในประเพณีบวช
นาค และด้วย ความสวยงามแบบกลมกลืนของสีผ้า ทำให้สามารถดัดแปลง ตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าแบบต่าง ๆ ได้มากมาย จึง
ได้รับความสนใจจากเหล่าข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงจัดว่าผ้าไหมหางกระรอกคู่ เป็นผ้า
ไหมเชิงพาณิชย์ได้อีกประเภทหนึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผ้าไหม หลายพัน หลายหมื่นผืน ซึ่งราษฎรในชุมชนมีความ
ภูมิใจที่ได้สืบสานงานศิลปะบนผืนผ้า ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาสืบต่อกันมาก เป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่คนไทยไม่ควรลืมเลือน
ผ้าไหม ไม่เพียงแต่จะใช้สวมใส่เป็นอาภรณ์ปกปิดร่างกายได้เท่านั้น ยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า เข็มกลัด พวงกุญแจ ผ้าพันคอ หรือแม้แต่ ที่ใส่ซองจดหมาย ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจ
จากรัฐบาล คือ เนคไท ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีดำรัฐบาลจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตเนคไทผ้าไหมสีดำ ให้เพิ่มมาก
ขึ้น ซึ่งเนคไทผ้าไหมสีดำ นี้ สามารถสวมใส่กับชุดสูทสากลได้อย่างลงตัว ด้วยมุมมองที่จะขยายผลด้านการตลาดต่างประเทศ
เน้นการส่งออกเพื่อสร้างสมดุลทางการค้าและเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าทอของคนไทย ให้ก้าวไปสู่สากล

edit @ 19 Sep 2008 21:18:27 by Slik Gang

Comment

Comment:

Tweet