สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมแล้วที่จะให้การรับรองผ้าไหมไทยของผู้ผลิตผ้าไหมทั้งเกษตรกรรายย่อยและผู้ประกอบการรายใหญ่

                สืบเนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำเข้าเส้นไหมและเส้นใยสังเคราะห์อื่นจากต่างประเทศ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เส้นไหมจึงมีทั้งที่ได้คุณภาพและด้อยคุณภาพ เมื่อนำมาผลิตผ้าไหม จึงทำให้ผ้าไหมไทยด้อยคุณภาพลงแต่ผู้ผลิตยังคงใช้ตราสัญลักษณ์คำว่า ผ้าไหมไทย หรือ  “Thai Silk” เพื่อการค้า ทำให้ผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่มั่นใจในคุณภาพของผ้าไหมไทยอีกต่อไป

                สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยและตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย 4 ชนิด เพื่อให้มีการใช้เครื่องหมายรับรองอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เป็นการแก้ปัญหาในด้านมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยและการแอบอ้างนำคำว่ ไหมไทย (Thai Silk)”ไปใช้เพื่อการค้า อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยเครื่องหมายรับรองตรานกยูงพระราชทานที่จะให้ผู้ผลิตนั้น จะเน้นคุณสมบัติของวัตถุดิบและกรรมวิธีการผลิตเป็นหลักดังนี้

 

 

1.        Royal Thai Silk      : นกยูงสีทอง


 

 

Royal  Thai  Silk : นกยูงสีทอง

 

- ใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านเป็นทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน

- เส้นไหมต้องสาวด้วยมือผ่านพวงสาวลงภาชนะ

- ทอด้วยกี่ทอมือแบบพื้นบ้านชนิดพุ่งกระสวยด้วยมือ

- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

 

2.      Classic Thai Silk          : นกยูงสีเงิน

Classic  Thai  Silk : นกยูงสีเงิน

 

- ใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านหรือพันธุ์ไทยปรับปรุงเป็นเส้นพุ่งและ/หรือเส้นยืน

- เส้นไหมต้องสาวด้วยมือ

- ทอด้วยกี่ทอมือ

- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

3.      Thai Silk                           : นกยูงสีน้ำเงิน

 

Thai  Silk : นกยูงสีน้ำเงิน

 

- ใช้เส้นไหมแท้เป็นทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน

- ทอด้วยกี่แบบใดก็ได้

- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีก็ได้

- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

4.      Thai Silk Blend             : นกยูงสีเขียว

Thai  Silk  Blend : นกยูงสีเขียว

 

- ใช้เส้นไหมแท้เป็นส่วนประกอบหลัก มีเส้นใยอื่นเป็นส่วนประกอบรอง

- ต้องระบุส่วนประกอบของเส้นใยอื่นให้ชัดเจน

- ทอด้วยกี่แบบใดก็ได้

- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีก็ได้

- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น


                ผู้ผลิตผ้าไหมไทยและผู้บริโภคที่สนใจ  สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่

1.       สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ โทร. 0-1927-7281 หรือ 0-1938-4370

  2.สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯภาค 5 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี (โทร.0-1875-0135 , 0-3455-2158) แพร่ (โทร.0-1938-4439 , 0-5461-3477)      อุดรธานี (โทร.0-1875-0150 , 0-4224-1984)      นครราชสีมา (โทร. 0-1875-0184 , 0-4421-4101)  และจังหวัดชุมพร(โทร.0-1875-0147 , 0-7761-1080)

 

3.       ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทุกแห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ 

 

เชียงใหม่ (โทร.0-1938-4355 , 0-5324-8076)

น่าน (โทร.0-1875-0134 , 0-5479-8085)

แพร่ (โทร.0-1828-0150 , 0-5461-3477) 

ตาก (โทร.0-1938-4500 , 0-5559-3015)

กาญจนบุรี (โทร.0-1875-0143 , 0-3455-2158)  ชุมพร (โทร.0-1875-0156 , 0-7761-1080) 

นราธิวาส (โทร.0-1875-0157 , 0-754-2062)

อุดรธานี (โทร.0-1938-4462 , 0-4224-1984)

หนองคาย (โทร.0-1938-4460 , 0-4242-3646) 

เลย (โทร.0-1875-0158 , 0-4281-2601) 

สกลนคร (โทร.0-1938-4284 , 0-4271-1808) 

มุกดาหาร (โทร.0-1938-4330 , 0-4261-1171)

ร้อยเอ็ด (โทร.0-1875-0168 , 0-4356-9007) 

ขอนแก่น (โทร.0-1875-0163 , 0-4325-5028)

นครราชสีมา (โทร.0-1938-4464 , 0-4421-4102-3) 

ชัยภูมิ (โทร.0-1938-4426 , 0-4481-2525)

สุรินทร์ (โทร.0-1938-4469 , 0-4451-1393)  

บุรีรัมย์ (โทร.0-1938-4346 , 0-4468-9008)

ศรีสะเกษ  (โทร.0-1938-4370 , 0-4561-385)

อุบลราชธานี (โทร.0-1938-4345 , 0-4524-5425)  และสระบุรี (โทร.0-1875-0145 , 0-3623-7266)

edit @ 19 Sep 2008 21:18:42 by Slik Gang

Comment

Comment:

Tweet