ผ้าห่มไหมพรมและผ้าห่มทอลายพื้นเมือง
 
ประยูรศรี กวานปรัชชา
 
 

ในฤดูหนาว ทางภาคเหนือและภาคอีสานของไทย จะมีอากาศหนาวเย็นมาก เพราะมีลักษณะภูมิประเทศมีเทือกเขาน้อยใหญ่มากมาย ชาวบ้านจึงทอผ้าห่มไหมพรมไว้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในหน้าหนาว จากที่เคยทอไว้ใช้เองหรือขายกันในหมู่บ้าน ในที่สุดก็กลายมาเป็นโรงงานทอผ้าห่มส่งขายทั้งแถบภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน

ประยูรศรี กวานปรัชชา ทายาทเจ้าของกิจการ บุญชัยอุตสาหกรรมการฝ้าย อ.เรณูนคร จ.นครพนม เล่าว่า พ่อของเธอทำธุรกิจนี้มาเกือบ 5 ปีแล้ว เมื่อพ่อเริ่มอายุมากขึ้น และเธอมองว่าธุรกิจตัวนี้น่าจะไปได้ดี จึงลาออกจากราชการเมื่อต้นเดือนมกราคม และเข้าอบรมในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเลย

 
 

“โครงการนี้ให้ความรู้ทั้งเรื่องการผลิต การตลาด การวางแผนธุรกิจ แต่ก่อนนี้ทำแบบไม่มีระบบ คือซื้ออะไร จ่ายอะไร ก็เขียนลงในกระดาษแผ่นเดียว ตอนนี้ก็มีระบบมากขึ้น”

ผลิตภัณฑ์หลักของโรงงานเป็นผ้าห่มนวม ผ่าห่มไหมพรม และผ้าขาวม้า โดยผ้าห่มนวมกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณเดือนละเกือบ 5 พันผืน ส่วนผ้าห่มไหมพรม 2-3 พันผืน รวมทุกผลิตภัณฑ์ประมาณ 1 หมื่นผืนต่อเดือน

 
 


“ตอนนี้เป็นสินค้าขายฤดูเดียว ถ้าเป็นฤดูร้อนเราก็ผลิตเก็บไว้ และนำออกจำหน่ายในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งขายได้เดือนละ 1-2 หมื่นผืน ยอดขายทั้งปีอยู่ที่ 1 ล้าน 2 แสนบาท รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 5-6 หมื่นบาท ช่วงหน้าร้อนเราก็ทำสวนทำไร่บ้าง ขายพวกผ้าขาวม้า หรือผ้าทออย่างอื่นที่เป็นงานเสริม พอเลี้ยงตัวได้”

เพราะสินค้าเป็นแนวผ้าห่มพื้นเมืองภาคอีสาน ที่ชาวบ้านใช้กันมาก แหล่งขายจึงเป็นจังหวัดในแถบภาคอีสาน เช่น นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์

“เราเปิดร้านขายปลีกที่หน้าโรงงานด้วย และส่งตามร้านค้าทั่วไป ส่งผ่านพ่อค้าคนกลางไปประเทศลาวด้วย แต่หวังว่าในอนาคตจะไปเปิดตลาดที่นั่นได้ด้วยตัวเอง ตั้งใจว่าจะไปสำรวจตลาดก่อน แต่ตอนนี้ยังติดอยู่เรื่องข้อกฎหมายที่เราไม่รู้ กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาดู”

 
 
ด้านคู่แข่งทางธุรกิจนั้น ส่วนมากก็เป็นกลุ่มชาวบ้านที่ทำขายขายกันเองในหมู่บ้าน และทอผ้าห่มไหมพรมอย่างเดียว เทียบส่วนแบ่งการตลาดก็ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“จุดเด่นของผลิตภัณฑ์เราคือสินค้าพื้นเมืองที่ตีตลาดระดับล่างถึงระดับกลาง กับผลิตภัณฑ์ผ้าห่มยี่ห้อดังๆ คงเทียบไม่ได้ แต่เรามีเอกลักษณ์เป็นงานหัตถกรรม เป็นลายพื้นเมือง”

ประยูรศรี กล่าวต่อว่า โรงงานบุญชัยอุตสาหกรรมการฝ้าย มีเครื่องทอประมาณ 30 เครื่อง และชาวบ้านที่ไม่สามารถมาทำงานที่โรงงาน ก็ให้งานไปทอที่บ้าน ด้วยเครื่องกี่ทอมือที่ชาวบ้านมีกันอยู่แล้ว ซึ่งทางโรงงานจะจ่ายวัตถุดิบให้ ถือเป็นการสร้างงานให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง

“เราให้ค่าแรงเป็นชิ้น ถ้าเย็บผ้าห่มไหมพรมที่เราทอแล้ว แต่ยังไม่ได้เย็บริม เราก็ให้ค่าเย็บริมผืนละ 2-3 บาท แต่ถ้าเป็นผ้านวมก็เป็นผืนละ 10 บาท เพราะต้องเข้าปลอก เย็บริม ถ้าทอเป็นผืนก็ให้ค่าแรงผืนละ 30-40 บาท โดยเราจะมีพนักงานที่ออกไปตรวจสอบคุณภาพระหว่างการผลิต และเมื่อผลิตเสร็จแล้ว เย็บเรียบร้อย ก็ตรวจสอบก่อนรับของ ถ้าไม่ดีเราก็ให้กลับไปแก้ไขใหม่”
 
 

เพราะเป็นกิจการที่มีแรงงานชาวบ้านเป็นหลัก ในฤดูเก็บเกี่ยว ฤดูทำนา แรงงานจึงน้อย เพราะต้องทำนาก่อน และหน้าเก็บเกี่ยวก็จะตรงกับหน้าหนาวพอดี

“ถ้าไม่ผลิตไว้ตลอดปีก็จะไม่เพียงพอในการจำหน่าย ช่วงหน้าร้อนก็เลยต้องทำสต็อก อีกอย่างคือเรื่องเงินลงทุนที่มีจำกัด ทำให้ทำสต็อกได้ไม่เยอะ แต่ตอนนี้กำลังวางแผนขยายโรงงาน จ้างงานเพิ่ม เครื่องจักรเพิ่ม ขยายโกดังให้เก็บของได้เยอะขึ้น คาดว่าอีก 1-2 ปี จึงจะลงมือได้เต็มที่”

สำหรับประยูรศรี สิ่งที่เธอภูมิใจที่สุดสำหรับกิจการโรงงานทอผ้าห่มแห่งนี้คือ

“เป็นการช่วยชาติอีกทางหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านมีงานทำ จากเดิมรอแต่ฤดูการเก็บเกี่ยว ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองหลวง ลูกไม่มีใครเลี้ยง เกิดปัญหามากมาย แต่เราสร้างงานให้ชนบท เขามีงานทำอยู่ที่บ้าน มีเวลาดูแลลูก ครอบครัวก็อบอุ่น ลดภาระสังคมได้ ภูมิใจที่มีส่วนช่วยสังคม”

 
  ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการออนไลน์

Comment

Comment:

Tweet