มุ่งผลักดันผ้าไทยออกสู่ตลาดเครื่องแต่งกายสากล คณะกรรมการรณรงค์ให้ใช้สินค้าและบริการไทย จึงจัดประกวด ผ้าไหมและผ้าทอไทยสไตล์สากล 2546 ชิงถ้วยเกียรติยศจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ขณะที่รองชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท ซึ่งผืนผ้าที่ผ่านเข้ารอบการประกวดทุกชิ้นจะถูกนำไปมอบให้นักออกแบบเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ออกแบบตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายนำมาประมูลหารายได้ขึ้นทูล เกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล

ในการประกาศผลรางวัลผืนผ้าไหมและผ้าทอมือชนะเลิศอย่างเป็นทางการ ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท คณะกรรมการได้คัดเลือกผืนผ้าจำนวน 60 ชิ้น จากจำนวน 276 ผืน ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแบ่งเป็นผ้าไหม 30 ผืน และผ้าทอมือ 30 ผืน ที่มีทั้งผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าขิด ผ้ากาบบัว จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ผ้าไหมใยแก้ว, ผ้าไหมสามตะกอ ผ้าทอยกดอก จากภาคเหนือ, ผ้าไหมพุมเรียง, ผ้าเกาะยอ, ผ้าทอนาหมื่นศรี จากภาคใต้ ผ้าไหมมัดย้อม, ผ้าทอไทยมัดหมี่โลด ผ้าฝ้ายลายน้ำไหลจากภาคกลาง

เมื่อทางคณะกรรมการใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน พิจารณาถึงคุณสมบัติด้านต่าง ๆ อาทิ ความสวยงาม สีสัน ลวดลายที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยที่ต้องสอดคล้องกับความนิยมของตลาดโลกแล้วยังรวมถึงคุณภาพความประณีต ความเหมาะสมสำหรับการนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อและความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์

 
 

ในที่สุด ได้ผลงานที่ชนะเลิศประเภท ผ้าไหมทอมือ ได้แก่ ผ้าขิดไหม ผลงานของ นางคำพันธ์ บุญทน จาก จ.หนองบัวลำภู ที่ระบุความเป็นมาว่า เป็นผ้าที่ทำมาแต่สมัยโบราณ แต่ก่อนทำเป็นหมอนเรียกว่า หมอนขิด ปัจจุบันนำมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่มและผลิตภัณฑ์ด้วยลายใหม่ ๆ ส่วนผลงานผ้าไหมลายข้าวหลามตัด ผลงานของ นางน้ำฝน ไล่ศัตรูไกล จากกรุงเทพมหานคร และ ผลงานผ้าไหมลายจิตของนางแสงเดือน ออมไธสง จากจ.บุรีรัมย์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ

ประเภท ผ้าฝ้ายทอมือ ผลงานที่ชนะเลิศคือ ผ้าฝ้ายปั่นทอมือย้อมสีธรรมชาติ ผลงานของ นางเนาวรัตน์ บันสิทธิ์ จาก จ.เชียงใหม่ มีความเป็นมา ระบุว่า เป็นผ้าฝ้ายปั่นมือ ทอมือ ย้อมสีธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสีที่ใช้ย้อมคือ สีมะเกลือ ที่นำมาจากต้นมะเกลือ เมื่อย้อมด้วยมะเกลือ 2 ครั้ง จะเป็นสีเทา เมื่อต้มย้อมผสมด้วยไม้ฝางต้มปนกันจะออกมาเป็นสีน้ำตาล จากย้อมมะเกลือ แล้วก็เอามามัดหมี่ แล้วย้อมด้วยไม้ฝางอีกทีจะได้สีน้ำตาลแดง และมัดหมี่ดำ-น้ำตาลแดง ส่วนวิธีการทอจะต้องสอดไม้ทุกช่องเพื่อทำให้โปร่ง แล้วทอยกดอกเรียกว่า "ยกมุก" ขณะที่ผลงานผ้าฝ้ายทอมือ จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จาก จ. เชียงราย และผ้าฝ้ายลายซิ่น ยกสีฟ้าคราม ผลงานของนางประไพพันธ์ แดงใจ จาก จ.สกลนครได้รับรางวัลรองชนะเลิศ

 
 

Comment

Comment:

Tweet