เผยความคืบหน้าการแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าเส้นไหมบริเวณแนวชายแดนไทย กรมศุลกากร จับถึง 1,400 กิโลกรัม ล้วนเป็นเส้นไหมที่นำเข้าจากประเทศเวียดนาม ปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับมือ-หวังแก้ปัญหาทั้งระบบ

นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าเส้นไหมบริเวณแนวชายแดนไทยว่า ล่าสุดคณะกรรมการไหมแห่งชาติได้รับรายงานการจับกุมเส้นไหมลักลอบนำเข้า ซึ่งกรมศุลกากรจับได้ทั้งสิ้น 1,400 กิโลกรัม เป็นเส้นไหมที่นำเข้าจากประเทศเวียดนาม โดยใช้เส้นทางลักลอบการนำเข้าผ่านแม่น้ำโขงเข้าสู่จังหวัดชายแดนและกระจายไปทั่วภาคอีสาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเร่งรัดปราบปรามผู้กระทำผิดและป้องกันความเสียหายของอุตสาหกรรมไหมภายในประเทศ คณะกรรมการฯ จึงมอบหมายให้กรมศุลกากรประสานผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นเส้นทางการลักลอบนำเข้า ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง พร้อม รายงานให้คณะกรรมการฯ ทราบทุกเดือน ส่วนเส้นไหมที่จับกุมได้เห็นชอบให้เผาทำลาย

นับจากต้นปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไหมภายในประเทศได้รับผลกระทบจากการลักลอบนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะที่เส้นไหมลักลอบการนำเข้ามีราคาประมาณกิโลกรัมละ 400-500 บาท ส่วนเส้นไหมในประเทศจะมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 600-700 บาท ทำให้สัดส่วนราคาเส้นไหมปรับลดลงมาก และส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้ผลิต จึงสั่งการให้เร่งดำเนินการปราบปรามเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

 
 

นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังเห็นควรให้ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการเอกชนเสนอข้อคิดเห็นและแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งจัดสรรโควตาเส้นไหมดิบและการจ่ายเงินชดเชยราคาเส้นไหม เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอให้ รมช.กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการไหมแห่งชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ

อนึ่งในแต่ละปีอุตสาหกรรมไหมไทย มีความต้องการปริมาณเส้นไหมไม่น้อยกว่าปีละ 1,500 ตัน ขณะที่เกษตรกรภายในประเทศผลิตได้เพียงปีละ 1,200 ตันเท่านั้น ทำให้มีการนำเข้าเส้นไหมเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากข้อผูกพันองค์การการค้าโลกมีเงื่อนไขเรื่องการจัดโควตาและภาษีนำเข้า ส่งผลให้ปี 2545 มีการลักลอบนำเข้าเส้นไหมตามแนวชายแดนสูงถึง 500 ตัน แต่กรมศุลกากรสามารถจับกุมได้เพียง 7 ตันเท่านั้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมหาศาล.


 
 

edit @ 19 Sep 2008 18:04:57 by Big

Comment

Comment:

Tweet